ผู้ว่า ธปท.ผู้ว่าการ ธปท. ยอมรับค่าเงินบาทวันนี้แข็งค่าเร็วเกินไปและแข็งค่ามากสุดนับตั้งแต่ปี 40 เตือนทุกฝ่ายระมัดระวัง เตรียมงัดมาตรการ 4 ระดับออกมาใช้

นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทในวันนี้ที่แข็งค่าขึ้นจาก 29 บาท ไปสู่ระดับ 28.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ว่า เป็นการแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 และถือเป็นการแข็งค่าที่เร็วเกินไป โดยเมื่อเทียบกับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหากเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.4% แต่หากเทียบกับเงินเยนพบว่าแข็งค่าขึ้นถึง  4%

ทั้งนี้ สาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เกิดจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่มีมากกว่าที่คาดไว้ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงซื้อสินทรัพย์ ที่เป็นพันธบัตรในรูปเงินเยนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ละตินอเมริกา ขณะที่ไทยอยู่ในช่วงใกล้เข้าสู่วันหยุดยาว จึงไม่มีธุรกรรมการซื้อเงินตราต่างประเทศมากนัก รวมทั้งนักลงทุน มองว่า การที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่เป็นห่วงโซ่อุปทานในการผลิตของอุตสาหกรรมจากญี่ปุ่น 60-70% ดังนั้นจึงทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เป็นห่วงค่าเงินบาทที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องระมัดระวัง ซึ่ง ธปท. มีเครื่องมือในการดูแลค่าเงินบาท 4  ระดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็จะหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่มีแผนการลงทุน หรือแผนการชำระหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ให้เร่งดำเนินการ เพราะช่วงที่เงินบาทแข็งค่าขณะนี้ ถือว่ามีความเหมาะสม

นายประสาร กล่าวว่า สำหรับการออกพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่น่าจะกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดเงิน เพราะโครงการลงทุนมีระยะเวลาประมาณ 7 ปี เฉลี่ยปีละ 3 แสนล้านบาท เป็นปริมาณการลงทุนที่เหมาะสมกับระดับเศรษฐกิจไทย และสภาพคล่องในระบบยังรองรับได้ แต่การระดมทุนจะต้องมีการกระจายเพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัว ซึ่งอาจกระทบดอกเบี้ยในตลาด

ที่มา : www.posttoday.com