กฟฟทำเนียบฯ 7 พ.ค. – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการแปลงภาระหนี้ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ด้วยการ SWOP ภาระหนี้สกุลเงินเยนจำนวน 66,391 ล้านบาท สำหรับสัญญาเงินกู้ 3-7 ของ รฟม.เพื่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 41,552 ล้านบาท และสัญญาเงินกู้ 8-10 สำหรับก่อสร้างรถไฟสายสีม่วงจำนวน 16,000 ล้านบาท แต่อยู่ระหว่างการเบิกจ่าย

ทั้งนี้ เมื่อเงินบาทแข็งค่า กระทรวงการคลังจึงใช้แนวทางหันมากู้เงินบาทในประเทศเพื่อนำไปชำระหนี้สกุลเงินเยนของญี่ปุ่น เพื่อช่วยลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะที่ผ่านมา รฟม.ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทุกปี โดยการกู้เงินของ รฟม.ทั้งหมด 85,000 ล้านบาท สัดส่วนประมาณร้อยละ 78 เป็นภาระหนี้สกุลเงินเยนสัดส่วนประมาณ 66,000 ล้านบาท ขณะที่ รฟม.เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีภาระหนี้ต่างประเทศสูงสุดร้อยละ 51 ของภาระหนี้ต่างประเทศรัฐวิสาหกิจ จึงเร่งแปลงหนี้ของ รฟม. เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง เนื่องจากการกู้เงินของ รฟม.ด้วยสกุลเงินเยนที่ผ่านมามีภาระดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 30-38 บาทต่อ 100 เยน ขณะที่ปัจจุบันเมื่อหันมากู้เงินในประเทศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3-4 คำนวณค่าเงินบาท 30 บาทต่อ 100 เยน แม้ภาระดอกเบี้ยจะสูงขึ้นแต่ประหยัดอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้รัฐบาลประหยัดจากการ SWOP ครั้งนี้ได้ประมาณ 3,732 ล้านบาท เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และใช้โอกาสในช่วงเงินบาทแข็งค่าชำระหนี้ก่อนกำหนดกับสถาบันการเงินต่างประเทศ

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมลงนามร่วมกับเกาหลีใต้ สำหรับความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและความรู้ทางเทคนิค เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทยไปร่วมอมรม ฝึกงานในระบบรถไฟฟ้า เพื่อดำเนินการเหมือนกับการร่วมมือกับหลายประเทศ และเตรียมลงนามร่วมกับฝรั่งเศส แต่นายกรัฐมนตรีกำชับว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกับการยื่นซองประมูลเพื่อการก่อสร้าง เพราะทุกประเทศที่มาให้ความช่วยเหลือทางด้านความรู้เทคโยโลยีต้องแข่งขันการประมูลในลักษณะเดียวกัน.- สำนักข่าวไทย

ที่มา : www.mcot.net