Unknown

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงหลังการซื้อขายที่ผันผวนในวันพุธหลังรายงานการ
ประชุมเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แทบไม่ได้บ่งชี้
เกี่ยวกับกำหนดเวลาที่เฟดจะปรับลดโครงการซื้อพันธบัตร
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 105.44 จุดหรือ
0.7% สู่ระดับ 14,897.55, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 9.55 จุด
หรือ 0.58% สู่ระดับ 1,642.80 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง
13.80 จุดหรือ 0.38% สู่ระดับ 3,599.79
ปริมาณการซื้อขายเบาบางราว 5.58 พันล้านหุ้นในตลาดนิวยอร์ค,
Nasdaq และ NYSE MKT ต่ำกว่าปริมาณเฉลี่ยต่อวันของปีนี้ที่ 6.31 พันล้านหุ้น
จำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก 2,193 ต่อ 834 ตัวในตลาดนิวยอร์ค
และ 1,696 ต่อ 808 ตัวในตลาด Nasdaq
รายงานการประชุมเฟดบ่งชี้ว่า ผู้กำหนดนโยบายเกือบทั้งหมดเห็นพ้องกัน
ว่า การเปลี่ยนแปลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เหมาะสมในขณะนี้ และ
มีเพียงไม่กี่รายที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องชะลออัตราการกระตุ้นเศรษฐกิจลงบางส่วน
ตลาดปรับตัวผันผวนหลังการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟด โดยดัชนี
หุ้นปรับตัวอยู่ระหว่างจุดต่ำสุดและสูงสุดของวันในการซื้อขายชั่วโมงท้ายๆตลาด
ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า ยอดขายบ้านในสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.สู่ระดับ
สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งบ่งชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยจำนอง
มีผลกระทบเพียงจำกัดต่อการฟื้นตัวของตลาดบ้าน
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยปรับตัวลงยาวนานที่สุด
นับตั้งแต่เดือนก.ค. 2012
ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลง 0.8% หลังบริษัทค้าปลีกรายงานผล
ประกอบการรายไตรมาสที่อ่อนแอเกินคาดอันเป็นผลจากยอดขายที่ซบเซา

นิวยอร์ค–21 ส.ค.–รอยเตอร์